โรคนอนไม่หลับ และวิธีเอาชนะอาการนอนไม่หลับ ที่ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเราเอง

โรคนอนไม่หลับ และวิธีเอาชนะอาการนอนไม่หลับ ที่ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเราเอง

อาการนอนไม่หลับเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยไม่เฉพาะในวัยสูงอายุเท่านั้น แต่เป็นอาการที่พบได้ในทุกช่วงวัย นอนไม่หลับหรือการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอที่เป็นผลมาจากการตื่นนอนบ่อย ๆ จนทำให้มีอาการคล้ายนอนไม่หลับทั้งที่มีโอกาสเพียงพอสำหรับการนอน หลายคนอาจมีคำถาม นอนไม่หลับทำไงดี หรือ อาการเหล่านี้มีสาเหตุมาจากอะไร มีวิธีป้องกันหรือเอาชนะอาการนอนไม่หลับหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบ ค่ะ
โรคนอนไม่หลับ คืออะไร
โรคนอนไม่หลับ หรืออาการนอนไม่หลับ หมายถึง บุคคลที่มีอาการการต่อไปนี้ คือตื่นนอนกลางดึกแล้วหลับต่อยาก การตื่นเร็วกว่าปกติ การตื่นนอนด้วยความรู้สึกที่ไม่สดชื่น หรือมีอาการนอนหลับไม่เต็มตื่น หลายคนที่มีภาวะนอนไม่หลับอาจมีอาการดังกล่าวอย่างน้อยหนึ่งอาการ หรือมากกว่าหนึ่งอาการร่วมกันระหว่างการนอนหลับยากเมื่อเริ่มต้นเข้านอน
อาการของโรคนอนไม่หลับ
นอนไม่หลับ เป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย และจัดอยู่ในกลุ่มของโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ผู้ที่มีภาวะนอนไม่หลับส่วนใหญ่พบว่ามีอาการต่าง ๆ ดังนี้
• นอนหลับยาก ลักษณะอาการเมื่ออยู่ในช่วงเวลาพักผ่อนหรือมีอาการง่วงนอน แต่ไม่สามารถนอนหลับได้หรือต้องใช้เวลา ทำให้การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
• มีอาการนอนหลับไม่สนิท นอนหลับๆ ตื่นๆ ตลอดทั้งคืน
• คุณภาพในการนอนไม่สม่ำเสมอ เช่น นอนหลับได้ดีในบางคืนสลับกับการนอนไม่หลับโดยไม่ทราบสาเหตุ
• มีอาการอ่อนเพลีย รู้สึกไม่ค่อยมีแรงหลังจากตื่นนอนใหม่ ๆ หรือเกิดขึ้นระหว่างวัน
• ความสามารถในการทำงานลดลง
• ความสามารถและประสิทธิภาพในการใช้ชีวิตประจำวันลดลง
• อารมณ์หงุดหงิดง่าย หรือมีอาการกระสับกระส่าย
• ง่วงนอนระหว่างวัน
• ไม่มีสมาธิกับการทำงาน ความจำเปลี่ยนแปลง
• มีความวิตกกังวล ทำให้เครียดง่าย
• มีภาวะซึมเศร้า เบื่อหน่าย
• กังวลเกี่ยวกับปัญหาการนอนที่เกิดขึ้น
ประเภทและลักษณะอาการของโรคนอนไม่หลับ
โรคนอนไม่หลับสามารถแบ่งได้หลายประเภทตามช่วงเวลาของการนอนไม่หลับ และแบ่งตามกลุ่มอาการของโรค ดังนี้
1. แบ่งตามช่วงเวลาของการนอนไม่หลับ
• หลับยาก คือภาวะที่บุคคลมีปัญหาในการนอน คนกลุ่มนี้จะหลับยากและอาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง
กว่าจะหลับ สาเหตุอาจเกิดจากความวิตกกังวลต่าง ๆ
• หลับไม่ทน คือภาวะที่บุคคลนั้นไม่สามารถนอนหลับได้ยาว มีการตื่นกลางดึกบ่อย ๆ ลักษณะ
การนอนไม่หลับช่วงหัวค่ำอาจพอนอนหลับได้ แต่ไม่นานก็จะตื่นหรือตื่นบ่อย ๆ ภาวะดังกล่าวอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาทางกาย เช่น การนอนกรนจนเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น
• หลับๆ ตื่นๆ คือภาวะที่ทำให้ตื่นเร็วกว่าเวลาที่ควรจะตื่น หรือเมื่อตื่นนอนแล้วแต่มีความรู้สึก
คล้ายไม่ได้หลับเลยทั้งคืน
2. แบ่งตามกลุ่มอาการของโรค
• อาการนอนไม่หลับแบบฉับพลัน หรืออาการนอนไม่หลับจากการปรับตัว ซึ่งมักเกิดจาก
สถานการณ์ต่าง ๆ เช่น ความเครียด การเจ็บป่วย ความวิตกกังวล ปัญหาปรับเปลี่ยนสถานที่นอนหรือสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเมื่อปัจจัยที่กล่าวไปหายไปอาการนอนไม่หลับก็หายไป
• โรคการนอนไม่หลับเรื้อรัง คือภาวะที่บุคคลมีอาการนอนไม่หลับอย่างน้อย  3 ครั้งต่อสัปดาห์
และเป็นมาอย่างน้อย  3 เดือน
สาเหตุของโรคนอนไม่หลับ
โรคนอนไม่หลับ เป็นอาการที่เกี่ยวกับระบบประสาท และเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ โดยสาเหตุที่พบได้บ่อย มีดังนี้
1. มีปัญหาเจ็บป่วยทางกาย สาเหตุของอาการนอนไม่หลับที่เกิดจากปัญหาสุขภาพหรือมีอาการ
เจ็บป่วยทางกาย เช่น โรคเกี่ยวกับหัวใจ ปอด หรือมีการเจ็บป่วยตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย การเกิดแผลจากอุบัติเหตุ อาการเจ็บป่วยภายในร่างกายที่เกิดจากความเสื่อมของอวัยวะต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ
2. มีปัญหาทางสุขภาพจิตใจ ถือเป็นสาเหตุใหญ่ของอาการนอนไม่หลับ โดยเฉพาะการนอนไม่
หลับเป็นระยะหรือไม่นอนไม่หลับแบบเรื้อรัง เช่น ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับความวิตกกังวล มีภาวะซึมเศร้าซึ่งเป็นระยะแรกของอาการทางจิต เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทในสมอง
3. การใช้สารเสพติดต่าง ๆ เช่น กาแฟ ชา ที่มีสารคาเฟอีนซึ่งสามารถกระตุ้นระบบประสาทให้
ตื่นตัวและลดระยะเวลาหลับ ปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับคนที่ดื่มกาแฟช่วงบ่ายหรือช่วงก่อนนอน ทำให้นอนหลับยาก
ปัจจัยที่อาจเป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับ
อาการนอนไม่หลับ นอกจากมีสาเหตุจากปัญหาสุขภาพ ทำให้มีอาการเจ็บป่วยทางกาย มีปัญหาทางสุขภาพจิต และเกิดจากการใช้สารเสพติดต่าง ๆที่กระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัวและส่งผลทำให้นอนไม่หลับแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของการนอนไม่หลับ เช่น
1. การนอนมากเกินไป โดยปกติแล้วความต้องการในการนอนหลับพักผ่อนของแต่ละบุคคลจะ
แตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างด้วยกันเช่น วัย เพศ ปัญหาสุขภาพ รวมทั้งคุณภาพในการนอนของแต่ละบุคคล สำาหรับผู้ใหญ่ทั่วไป เฉลี่ยการการนอนต้องไม่ต่ำกว่าวันละ 7-8 ชั่วโมง ดังนั้นหากใช้เวลาในการนอนมากกว่าจำนวนชั่วโมงที่ร่างการต้องการ ก็จะทำให้เกิดปัญหานอนหลับยาก นอนหลับ ๆตื่น ๆ หรือตื่นเร็วได้
2. ความวิตกกังวล โดยทั่วไปเมื่อคนเราเกิดความวิตกกังวล หรือความเครียดอันเนื่องมาจากสาเหตุ
ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาส่วนตัว ปัญหาเรื่องงาน หรือปัญหาสุขภาพ ก็อาจเก่อให้เกิดอาการนอนไม่หลับได้ แต่อาการนอนไม่หลับนี้จะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นๆ เมื่อหมดเรื่องกังวลหรือ ปัญหาต่าง ๆคลี่คลายไปแล้ว อาการนอนไม่หลับก็จะหายไปและกลับมานอนหลับได้ดีตามเดิม
3. การออกกำลังกายก่อนนอน แม้ว่าการออกกำลังกายจะเป็นกิจกรรมที่ช่วยให้สุขภาพร่างกาย
แข็งแรง แต่หากการออกกำลังกายนั้นไม่เหมาะสมเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ถูกเวลาก็อาจเกิดผลเสียตามมาได้ เช่น ขณะที่ออกกำลังกายร่างกายจะหลั่งสารอะดินาลีน ซึ่งสารอะดินาลีนนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว ดังนั้นหากเราออกกำลังกายใกล้เวลานอนเกินไป ก็จะทำให้นอนหลับยาก หรือหลับไม่สนิท เพราะสารอะดินาลีนในร่างกายยังคงอยู่ในระดับสูง
4. ภาวะเจ็บป่วยทางกาย เช่น มีอาการเจ็บปวดกล้ามเนื้อ หรือภาวะเจ็บปวดจากปัญหาสุขภาพที่
เกิดจากโรคเรื้อรังต่าง ๆ เจ็บปวดจากกรดไหล่ย้อน การที่ร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ปกติ สาเหตุข้อนี้พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ นอกจากนี้แล้วภาวะการตั้งครรภ์ หมดประจำเดือน ก็ยังมีผลต่อการนอนไม่หลับเช่นกัน
5. การใช้ยาหรือสารบางอย่าง เช่น ยาแก้ไข้หวัด ยาลดน้ำหนัก ยาแก้หอบหืด ยาต้านซึมเศร้า
รวมทั้งการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน นิโคตินและแอลกอออล์ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะนอนไม่หลับ และสารกระตุ้นเหล่านี้ไม่ได้พบเฉพาะในกาแฟหรือแอลกอฮอล์เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงน้ำอัดลมบางประเภทและเครื่องดื่มชูกำลังต่าง ๆ ด้วยเช่นกัน
สำหรับปัจจัยในข้อนี้ ระยะเวลาในการขจัดคาเฟอีนและสารกระตุ้นต่าง ๆ ออกจากร่างกายนั้นพบว่า ผู้ที่อายุน้อยร่างกายอาจใช้ระยะเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในการขจัดคาเฟอีนและสารกระตุ้น ขณะที่ผู้สูงอายุจะใช้เวลามากกว่าหลายชั่วโมง ในบางคนอาจใช้เวลามากถึงสิบชั่วโมง ดังนั้นการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นต่าง ๆ ในช่วงบ่ายและในเวลาเย็น โดยเฉพาะผู้สูงอายุก็อาจส่งผลให้นอนหลับยากได้เช่นกัน
6. ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม เช่น เสียงหรือแสงที่มารบกวนขณะนอนหลับพักผ่อน อุณหภูมิห้องที่ไม่
เหมาะสม ลักษณะที่นอน ความไม่สะดวกสบายในการนอนเนื่องจากขนาดห้องที่ใหญ่ขึ้นรวมไปถึงเครื่องนอน เตียงนอน ที่นอนที่ไม่ได้คุณภาพ เช่น ที่นอนแข็งเกินไปมักก่อให้เกิดปัญหากับบุคคลที่เป็นโรคข้ออักเสบ ส่วนที่นอนนิ่มเกินไปทำให้รู้ปวดหลังได้ง่ายหรือนอนแล้วทำให้รู้สึกไม่สบาย
นอกจากปัจจัยแวดล้อมตามที่กล่าวมาแล้ว อีกประการหนึ่งของการนอนไม่หลับ คือการ
รบกวนจากพฤติกรรมการนอนหลับของเพื่อนร่วมห้องนอน เช่น การนอนกรน การพลิกตะแคงตัว การ
นอนละเมอ การนอนกัดฟัน และการนอนดิ้น ก็เป็นปัจจัยสำคัญของการนอนไม่หลับ
7. อายุ ก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญของการนอนไม่หลับ เพราะเมื่ออายุมากขึ้นโครงสร้างการนอนหลับ
ของบุคคลจะเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากมีการลดลงของเซลล์ประสาทในสมองที่มีอิทธิพลต่อการเกิดคลื่นเดลตา ซึ่งเป็นคลื่นสมองที่แสดงถึงการนอนหลับลึก การมีระยะหลับลึกลดลงยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้สูงอายุตื่นง่ายจากสิ่งกระตุ้นต่าง ๆ
8. เพศ มีผลงานการวิจัยที่ทำการศึกษาระบาดวิทยาของการนอนไม่หลับ พบว่าเพศหญิงจะมี
อาการนอนไม่หลับมากกว่าเพศชาย และลักษณะการนอนไม่หลับในเพศหญิง มีทั้งการตื่นกลางดึกแล้วหลับต่อยาก หรือเป็นร่วมกันระหว่างการนอนหลับยากเมื่อเริ่มต้นเข้านอนและการตื่นกลางดึกแล้วหลับต่อยาก สาเหตุสำคัญที่ทำให้เพศหญิงนอนไม่หลับหรือนอนหลับยาก เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ความไม่สุขสบายจากอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นก่อนการมีรอบเดือน ระหว่างการมีรอบเดือน รวมทั้งภาวะที่อยู่ในช่วงวัยทอง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเพศในภาวะหมดประจำเดือน ทำให้เกิดอาการร้อนวูบวาบและเหงื่อออก
ซึ่งรบกวนการนอนหลับได้เช่นกัน
9. ปัญหาการทำงานเป็นกะ เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลต่อการนอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ เพราะทำ
ให้วิถีการใช้ชีวิตเปลี่ยนแปลงไป ขาดสมดุลในการใช้ชีวิต
10. การใช้เวลาในห้องนอนมากเป็นระยะเวลานาน ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลทำให้นอนไม่หลับ
หรือหลับยาก เช่น ใช้เวลานั่งเล่นมือถือ ดูคลิป เล่นเกม ดูทีวี ทำงาน หรือแม้แต่นอนเล่น พฤติกรรมเหล่านี้จะส่งผลให้สมองเกิดการเรียนรู้ว่า ห้องนอนไม่ได้มีไว้สพาหรับนอน เมื่อถึงเวลานอนจริง ๆ จึงทำให้นอนหลับยาก หรือหลับไม่สนิท การวินิจฉัยโรคนอนไม่หลับหรืออาการนอนหลับยาก
ผู้ที่มีปัญหานอนหลับยากหรือมีอาการนอนไม่หลับทั้งแบบฉับพลันและนอนไม่หลับเรื้อรัง หากส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตและเป็นปัญหาต่อสุขภาพในหลาย ๆ ด้าน เมื่อจำเป็นต้องพบแพทย์ ก่อนทำการรักษาแพทย์จะวินิจฉัยโรคด้วยการซักประวัติ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอาการนอนไม่หลับเพื่อประเมินปัญหา ดังนี้
1. ผู้ป่วยมีปัญหาการนอนไม่หลับในลักษณะใด
2. ปัญหาการนอนไม่หลับหรือนอนหลับยากเกิดมานานเท่าไร
3. ลักษณะของการนอน เช่น เวลาที่เข้านอนและตื่นนอนต้องใช้เวลานานเพียงใดกว่าจะนอนหลับ
จำนวนและระยะเวลาที่มักตื่นนอนกลางดึก
4. คุณภาพการนอนเป็นอย่างไร นอนหลับแล้วตื่นด้วยความสดชื่นหรือไม่
5. มีอาการง่วงนอนระหว่างวันหรืองีบหลับระหว่างวันหรือไม่
6. สอบถามประวัติเกี่ยวกับการนอนในอดีต เช่น มีการนอนกรนเสียงดัง มีปัญหาหยุดหายใจขณะ
หลับหรือไม่
7. สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อม และพฤติกรรมก่อนเข้านอน
8. แพทย์จะทำการประเมินความรุนแรงของปัญหานอนไม่หลับ จากระยะเวลาการนอนไม่หลับ
ความรู้สึกของผู้ป่วย และพิจารณาจากความสามารถในการใช้ชีวิตระหว่างวันของผู้ป่วยว่าถูกรบกวนมากหรือไม่
9. นอนจากนี้แพทย์อาจแนะนำการทำแบบบันทึกการนอนให้กับผู้ป่วย เพราะสามารถทำให้ทราบ
ถึงลักษณะการนอน เวลาหลับ และเวลาตื่นที่ผิดปกติได้
แนวทางการรักษาโดยแพทย์
แนวทางการรักษาภาวะนอนไม่หลับโดยแพทย์ อาจประกอบด้วยการรักษาโดยไม่ใช้ยาและการรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ได้แก่
1. รักษาด้วยการใช้ยา ประกอบไปด้วยยากลุ่มต่าง ๆ ดังนี้
• กลุ่มยา Benzodiazepine เป็นกลุ่มที่ออกฤทธิ์สั้นและออกฤทธิ์ยาว กลุ่มที่ออกฤทธิ์สั้น ได้แก่
lorazepan, triazolam ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ป่วยที่นอนหลับยากในช่วงแรก แต่การใช้ยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงคือมีโอกาสติดยาสูง จึงต้องระวังการใช้อย่างมาก สำหรับ กลุ่มยาที่ออกฤทธิ์นานเหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหลับไม่สนิทระหว่างคืนหรือตื่นเร็วกว่าปกติ
• กลุ่มยา Non- Benzodiazepine เช่น Zolpidem เป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์เร็ว ดูดซึมได้ดี แต่การใช้ยา
อาจต้องระวังผลข้างเคียงเช่น ง่วงซึม มึนศีรษะ หรือ มีอาการละเมอ
• ยาต้านซึมเศร้า  เช่น Trazodone , Mirtazapine ซึ่งยาดังกล่าวนอกจากมีผลเรื่องการปรับอารมณ์
แล้วยังมีกลไกการออกฤทธิ์ช่วยการหลับ.
• ยากลุ่ม melatonin  เป็นสารที่สังเคราะห์ภายในร่างกายมีบทบาทช่วยให้เกิดการนอนหลับ
ปัจจุบันมีการผลิตยาที่อยู่ในรูปเมลาโทนินภายนอกร่างกายใช้เพื่อช่วยการนอนหลับ
2. การรักษาด้วยความพฤติกรรมบำบัด
การรักษาด้วยความพฤติกรรมบำบัด เป็นการรักษาอาการนอนไม่หลับที่ไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ แพทย์
จะทำการรักษาโดยเน้นให้ผู้ป่วยปรับความคิดเพื่อนำไปสู่การปรับพฤติกรรมและอารมณ์ การรักษาวิธีนี้ได้ประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ปัญหาที่เกิดร่วมกับโรคทางอารมณ์และกลุ่มโรควิตกกังวล
วิธีเอาชนะอาการนอนไม่หลับ ที่ทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเราเอง
วิธีเอาชนะอาการนอนไม่หลับหรือการรักษาโรคนอนไม่หลับโดยไม่ต้องใช้ยาและสามารถดูแลรักษาได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเราเองมีหลายแนวทาง ดังนี้
1. ปรับเวลานอนไม่ดึกขึ้น เมื่อเกิดอาการนอนไม่หลับ พฤติกรรมอย่างหนึ่งที่อาจลองปรับเปลี่ยน
เพื่อรักษาอาการนอนไม่หลับก็คือ ปรับเวลานอนให้ดึกขึ้น เพราะเมื่อเราเข้านอนดึกก็จะมีอาการง่วงนอนมากขึ้น เป็นการช่วยให้นอนหลับได้ง่ายกว่าเดิม
2. เตรียมตัวเข้าห้องนอนเมื่อพร้อมจะนอนเท่านั้น ผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับหรือหลับยากสิ่งที่ต้อง
ให้ความสำคัญ ก็คือตระหนักไว้เสมอว่าห้องนอนควรมีไว้เพื่อนอนเท่านั้น ดังนั้นจึงควรเข้าห้องนอนเมื่อพร้อมที่จะนอน และไม่ควรทำกิจกรรมอื่นใดในห้องนอน เช่น ดูทีวี  เล่นโทรศัพท์มือถือ ทำงาน หรือเล่นเกมต่าง ๆ หากต้องการที่จะทำกิจกรรมอื่น ๆ ควรกำหนดพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วนและไม่ควรเป็นพื้นที่ภายในห้องนอน
3. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายก่อนนอน การออกกำลังกายเป็นกิจกรรมที่ดีต่อสุขภาพแต่ควรแต่ทำ
อย่างเหมาะสม และถูกเวลา ผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับควรออกกำลังกายให้ห่างจากเวลานอนอย่างน้อย 4-5 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้ร่างกายยังคงตื่นตัวเมื่อเข้านอน
4. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาแฟอีน หลังเที่ยงวัน สำหรับผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับ ควรงดหรือ
หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาแฟอีน หรือมีสารกระตุ้นต่าง ๆ หลังเที่ยงวัน เนื่องจากการขจัดคาเฟอีนหรือสารกระตุ้นออกจากร่างกายของแต่ละบุคคลใช้เวลาแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับอายุ รวมถึงประเภท
ของเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและสารกระตุ้นนั้น ๆ เพื่อป้องกันอาการนอนไม่หลับหากดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและเครื่องดื่มที่มีสารกระตุ้นหลังบ่ายโมงหรือบ่ายสองโมงก็อาจประสบภาวะนอนไม่หลับได้
5. การรักษาด้วยทางเลือกอื่น เช่น
• ใช้ชีวิตอย่างเป็นระบบ จัดเวลานอนให้สม่ำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนกลางวัน
• ฝึกสมาธิ ด้วยการกำหนดลมหายใจเข้าออก นอกจากเป็นวิธีคลายเครียดแล้ว ยังเป็นการสะกด
จิตตนเองช่วยให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น
• ดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนอน เพราะในนมมีกรดอะมิโน ช่วยให้นอนหลับสบาย และยังมีแคลเซียมสูง
ช่วยผ่อนคลายประสาท ทำให้จิตใจสบาย
6. รักษาอาการนอนไม่หลับด้วยสมุนไพร กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก มีการ
รณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนในวัน “นอนหลับโลก” ว่าพืชสมุนไพรไทยและผักพื้นบ้านหลายชนิดนอกจากเป็นอาหารแล้วยังเป็นยาชที่มีความปลอดภัยตามวิถีธรรมชาติ สามารถรักษาอาการนอนไม่หลับได้แป็นอย่างดี เช่น
• ขี้เหล็ก ให้รสขม โดยใบและเมล็ดมีสาร Toxic Alkaloids ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง
สมอง และไขสันหลัง ใช้ใบประกอบอาหารรับประทานแก้อาการนอนไม่หลับได้
• ชุมเห็ดไทย รสขมเมา ใช้เมล็ดรักษาอาการนอนไม่หลับ บำรุงประสาท โดยการคั่วเหมือนคั่ว
กาแฟ ชงดื่ม ก่อนนอน ที่เมล็ดมีสาร Anthreguinene
• กระถิ่น เป็นพืชสมุนไพรที่ถือเป็นยาอายุวัฒนะ มีสรรพคุณทางยามากมาย เมล็ดกระถินยังมี
คุณสมบัติช่วยรักษาอาการนอนไม่หลับอีกด้วย
• สมุนไพรอื่น ๆ ที่มีรสขม และเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์เย็น ล้วนมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการนอน
ไม่หลับได้เป็นอย่างดี
สำหรับผู้ที่มีปัญหานอนหลับยากหรือนอนไม่หลับ อาจเป็นอาการที่เกิดขึ้นแบบฉับพลันจากความเครียดหรือมีความวิตกกังวล และอาการนอนไม่หลับแบบเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน นอกจากการรักษาโดยแพทย์ด้วยการใช้ยาแล้ว การเอาชนะอาการนอนไม่หลับที่สามารถทำได้ด้วยตัวเราเองยังมีหลากหลายวิธี การรักษาด้วยพืชสมุนไพรก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ทำได้ไม่ยาก ปัจจุบันยังมีอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของพืชสมุนไพรและวิตามินต่าง ๆ ที่นอกจากทานแล้วช่วยบำรุงร่างกายยังป้องกันรักษาอาการนอนไม่หลับได้ดีอีกด้วย

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *