โรคต่อมลูกหมากโต อาการปัสสาวะแสบขัด สาเหตุและแนวทางการรักษา

โรคต่อมลูกหมากโต อาการปัสสาวะแสบขัด สาเหตุและแนวทางการรักษา

“ต่อมลูกหมากโต”  เป็นปัญหาสุขภาพที่ไม่เพียงสร้างความทุกข์ทรมานเกี่ยวกับอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจ ทำให้ผู้ชายส่วนใหญ่รู้สึกวิตกกังวลและขาดความเชื่อมั่นในตนเอง เพราะเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับต่อมลูกหมากซึ่งเป็นอวัยวะระบบสืบพันธุ์ของเพศชาย และเพื่อให้รู้ทันโรคต่อมลูกหมากโต สาเหตุ รวมทั้งแนวทางการรักษา บทความนี้ มีความรู้ดี ๆ มาแนะนำครับ

โรคต่อมลูกหมากโต คืออะไร

ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของระบบสืบพันธุ์เพศชาย  มีหน้าที่ผลิตสารที่เป็นของเหลวประมาณ 30% ของน้ำอสุจิเพื่อใช้หล่อเลี้ยงเชื้ออสุจิและนำส่งเชื้ออสุจิในขณะที่มีการหลั่งของน้ำอสุจิออกมา โดยตำแหน่งของต่อมลูกหมากจะอยู่บริเวณใต้กระเพาะปัสสาวะและล้อมรอบท่อปัสสาวะส่วนต้น ต่อมลูกหมากเป็นอวัยวะระบบสืบพันธุ์ในผู้ชายที่โตเต็มที่จะมีขนาดประมาณเท่ากับลูกเกาลัด ส่วนชาวตะวันตกมักเปรียบเทียบขนาดปกติของต่อมลูกหมากว่าเท่ากับขนาดของผลวอลนัท และเมื่ออายุมากขึ้นก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้น

โรคต่อมลูกหมากโต เป็นภาวะที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่มากขึ้นจนมีความผิดปกติ และไปกดเบียดท่อปัสสาวะให้แคบลง โดยทั่วไป ต่อมลูกหมากโต เป็นโรคที่พบได้เป็นปกติรวมทั้งการเกิดโรคนี้มักสัมพันธ์กับอายุ ผู้ป่วยโรคส่วนใหญ่จะพบในผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป และพบได้มากในผู้สูงวัยที่มีอายุ 80 ปีขึ้น ซึ่งพบได้มากถึงร้อยละ 80 ของผู้สูงอายุที่อยู่ในวัยนี้ทั้งหมด

สาเหตุและอาการของโรคต่อมลูกหมากโต

ต่อมลูกหมากโต สาเหตุของโรคมาจากลักษณะที่ห่อหุ้มท่อปัสสาวะเมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้นหรือมีขนาดใหญ่ผิดปกติก็อาจไปกดทับท่อปัสสาวะให้ตีบเล็กลง ทำให้เกิดอาการผิดปกติและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ป่วย ส่วนความรุนแรงของอาการจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล เช่น อาการต่อมลูกหมากโตที่ไปกดเบียดท่อปัสสาวะทำไห้เกิดจากการอุดกั้นของการขับถ่ายปัสสาวะ ผู้ป่วยจะมีอาการปัสสาวะติดขัด ปัสสาวะแสบขัด ในบางคนความแรงของปัสสาวะลดลง ในขณะที่บางคนอาจมีอาการหนักถึงขั้นปัสสาวะไม่ออก ส่วนลักษณะโดยรวมที่บ่งบอกอาการของโรค มีดังนี้

  1. มีอาการปวดปัสสาวะบ่อย ๆ หรือรู้สึกต้องการปัสสาวะขึ้นทันที
  2. ช่วงกลางคืน มีอาการปวดปัสสาวะบ่อยมาก จนทำให้รู้สึกพักผ่อนไม่เพียงจากการตื่นนอนบ่อย
  3. กลั้นปัสสาวะไม่อยู่หรือต้องเบ่งปัสสาวะจนกว่าจะออก
  4. มีอาการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ จะต้องรีบเข้าห้องน้ำทันทีที่ปวดปัสสาวะ
  5. เมื่อต้องการปัสสาวะต้องใช้เวลาเบ่งปัสสาวะจนกว่าจะออก
  6. ปัสสาวะไม่พุ่ง ปัสสาวะสะดุดเป็นช่วง ๆ ลักษณะปัสสาวะเป็นหยดๆ เมื่อใกล้จะสุด และปัสสาวะไม่สุด
  7. ปัสสาวะมีหนองหรือมีสีเลือดปนออกมาในปัสสาวะ
  8. ปวดปัสสาวะรุนแรงมาก หรือรู้สึกปวดขณะถ่ายปัสสาวะ
  9. รู้สึกทรมานทุกครั้งจากการปัสสาวะแสบขัด
  10. เกิดความรู้สึกว่าการขับถ่ายปัสสาวะเป็นเรื่องวุ่นวายในชีวิตประจำวัน
  11. เมื่ออาการอยู่ในขั้นรุนแรง หรืออาจเมีการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ปัสสาวะจะขุ่น มีตะกอน กลิ่นแรงขึ้น มีไข้ หนาวสั่น ปวดที่สีข้าง บริเวณหลัง หรือบริเวณท้อง

นอกจากนี้ อาการ ต่อมลูกหมากโต ยังอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผนังกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะหนาขึ้น ซึ่งส่งผลมาจากกระเพาะปัสสาวะต้องบีบตัวแรงขึ้นเพื่อขับน้ำปัสสาวะให้ผ่านท่อแคบ ๆ เมื่อผนังกระเพาะปัสสาวะหนาตัว ก็จะส่งผลต่อความสามารถในการกักเก็บน้ำปัสสาวะทำให้กลไกในการทำงานลดลง ผู้ที่มีภาวะต่อมลูกหมากโตจึงต้องปัสสาวะบ่อย และอาจได้รับการกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะขึ้นมาอย่างกะทันหันซึ่งเป็นลักษณะอาการหนึ่งของโรคนี้

การวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากโต

ต่อมลูกหมากโต เป็นอาการของโรคที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติ และยังเป็นโรคที่สัมพันธ์กับช่วงอายุของคน เนื่องจากมักพบโรคนี้ในผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป มีการสันนิษฐานว่าสาเหตุหนึ่งของต่อมลูกหมากโตเกิดขึ้นจากความเสื่อมของร่างกายตามวัยในผู้ชาย เมื่อพบอาการผิดปกติหรือเป็นข้อบ่งชี้ว่าเป็นอาการของต่อมลูกหมากโต การวินิจฉัยโรค ทำได้ ดังนี้

  1. การวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากโตด้วยตนเอง

สำหรับการวินิจฉัยอาการผิดปกติของต่อมลูกหมากด้วยตนเอง ในเบื้องต้นสามารถทำได้โดย

สังเกตความผิดปกติในการปัสสาวะ หากพบว่ามีการปัสสาวะที่บ่อยขึ้น หรือในขณะที่ปัสสาวะรู้สึกเจ็บ และมีปัสสาวะเป็นเลือด รวมทั้งมีอาการปัสสาวะไม่พุ่ง ไหลช้า หรือไหล ๆ หยุด ๆ  ต้องเบ่งหรือรอนานกว่าจะปัสสาวะออกมาได้ หากมีอาการต่าง ๆ เหล่านี้ควรรีบไปพบแพทย์

  1. การวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากโตโดยแพทย์

หลังจากพบความผิดปกติและวินิจฉัยอาการของโรคต่อมลูกหมากโตด้วยตนเองจนแน่ใจว่าเป็น

อาการของโรคนี้แล้ว เมื่อไปพบแพทย์ขั้นแรกแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยต่อมลูกหมากโต ตามขั้นตอน ดังนี้

  1. ซักประวัติคนไข้โดยละเอียด เริ่มจากสอบถามลักษณะอาการ ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการ
  2. ตรวจปัสสาวะ และตรวจวัดความแรงของสายปัสสาวะ เพื่อวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ ผลที่ได้จะช่วยให้ทราบว่าการไหลของปัสสาวะเป็นปกติหรือไม่
  3. ทำการตรวจเพาะเชื้อจากปัสสาวะ ซึ่งสามารถช่วยระบุการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้
  4. ตรวจวัดปริมาณปัสสาวะที่เก็บอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ โดยจะใช้การอัลตราซาวด์ หรือใช้สายสวนปัสสาวะใส่เข้าไปทางท่อปัสสาวะ
  5. ตรวจเลือด เป็นการตรวจดูการทำงานของไตว่ายังทำงานได้ดีหรือไม่
  6. อัลตราซาวนด์ เพื่อให้ทราบขนาดต่อมลูกหมากที่เปลี่ยนแปลง
  7. ตรวจคลำต่อมลูกหมากผ่านทางท่อทวารหนัก เพื่อดูความผิดปกติ
  8. ตรวจอัลตราซาวด์ทางทวารหนัก เป็นการตรวจด้วยคลื่นเสียง โดยนำอุปกรณ์ขนาดเล็กใส่เข้าไปทางทวารหนักเพื่อทำการตรวจขนาดและโครงสร้างของไต กระเพาะปัสสาวะ และต่อมลูกหมาก
  9. ตรวจเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อของต่อมลูกหมาก เพื่อหาสาเหตุว่าอาการต่อมลูกหมากโตนั้นเกิดจากโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก หรือสาเหตุอื่น ๆ
  10. การตรวจกระเพาะปัสสาวะ โดยสอดกล้องขนาดเล็กเข้าไปเพื่อตรวจท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะ วิธีนี้จะทำให้เห็นขนาดของต่อมลูกหมากที่ใหญ่ขึ้นและไปขัดขวางทางเดินปัสสาวะ
  11. ตรวจความดันภายในกระเพาะปัสสาวะขณะปัสสาวะ เพื่อหาสาเหตุว่าปัญหาในการปัสสาวะลำบากเกิดจากโรคต่อมลูกหมากโตหรือเกิดจากปัญหาอื่น ๆ
  12. ตรวจด้วยการฉีดสี เพื่อให้เห็นการทำงานของไตและการไหลเวียนของปัสสาวะจากไตไปยังกระเพาะปัสสาวะ

แนวทางการรักษาโรคต่อมลูกหมากโต

สำหรับแนวทางการรักษาอาการต่อมลูกหมากโต จะขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและขนาดของต่อมลูกหมากว่าโตมากน้อยเพียงใด ส่วนความผิดปกติที่เกิดขึ้นจะแบ่งเป็น 2 แบบ คือ ลักษณะการโตที่ไม่เป็นเนื้อร้ายแต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย และอาการต่อมลูกหมากโตที่เป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง ซึ่งการรักษาก็จะมีแนวทางที่แตกต่างกันออกไป เช่น

  • การรักษาโรคต่อมลูกหมากโตแบบธรรมดา

แนวทางการรักษาอาการต่อมลูกหมากโตผิดปกติแบบธรรมดาหรือไม่ได้เป็นเนื้อร้ายที่ส่งผลต่อ

สุขภาพโดยรวม เพื่อให้การรักษาได้ผลดีสามารถทำให้ผู้ป่วยหายเป็นปกติและกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อาจจะต้องใช้หลาย ๆ วิธีร่วมกัน โดยทั่วไปหลักในการรักษาต่อมลูกหมากโต มีขั้นตอน ดังนี้

  1. หากผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ มีอาการไม่มากนักและไม่รบกวนชีวิตประจำวัน แพทย์อาจแนะนำให้

รอดูอาการสักระยะหนึ่ง และนัดติดตามอาการเป็นระยะ

  1. กรณีพบว่าผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ แพทย์อาจรักษาด้วยการสั่งยาบางชนิดให้ เพื่อช่วยให้ต่อม

ลูกหมากมีขนาดเล็กลง หรือยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการบวม

  1. รักษาด้วยความร้อน ด้วยการใช้คลื่นความร้อน เช่น ไมโครเวฟ คลื่นวิทยุ หรือเลเซอร์ ผ่านเข้า

ไปที่ต่อมลูกหมาก เพื่อทำให้ต่อมลูกหมากฝ่อและเล็กลง

  1. รักษาด้วยวิธีผ่าตัด เป็นการส่องกล้องเพื่อตัดเอาชิ้นเนื้อส่วนเกินออกมาจากต่อมลูกหมาก แพทย์

จะทำการผ่าตัดโดยส่งท่อที่มีกล้องขนาดเล็กผ่านเข้าสู่ท่อปัสสาวะ ตรงปลายท่อจะมีเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กใช้สำหรับตัดเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากส่วนที่กดทับท่อปัสสาวะไว้ วิธีนี้เป็นการผ่าตัดเพื่อรักษาโรคต่อมลูกหมากโตที่ใช้กันเป็นส่วนใหญ่

  1. วิธีรักษาด้วยผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องเพื่อนำเอาเนื้อเยื่อส่วนเกินออกมา เป็นการรักษาในกรณี

ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่มากผิดปกติ

  1. การผ่าตัดส่องกล้องเพื่อขูดต่อมลูกหมาก โดยศัลยแพทย์จะวางยาสลบ และผ่าตัดนำบางส่วน

ของต่อมลูกหมากออก วิธีนี้จะช่วยรักษาอาการได้อย่างรวดเร็ว

  • การรักษาต่อมลูกหมากโตที่เป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง

เมื่อแพทย์วินิจฉัยแล้วว่า ลักษณะต่อมลูกหมากโต มีอาการที่เข้าข่ายของโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก หลังจากมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันการวินิจฉัยและทำให้ทราบว่าอาการของมะเร็งต่อมลูกหมากอยู่ใรระยะใด เพราะจะช่วยให้แพทย์หาวิธีการรักษาที่เหมาะสม การรักษามะเร็งต่อมลูกหมากแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่

ระยะที่ 1 เป็นระยะเริ่มต้น และยังไม่มีการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

ระยะที่ 2 ก้อนมะเร็งเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น แต่ยังไม่มีการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง

ระยะที่ 3 เซลล์มะเร็งมีการแพร่กระจายออกมาที่ผิวด้านนอกของต่อมลูกหมาก และอาจลุกลามเข้าท่อน้ำเชื้อด้านข้าง

ระยะที่ 4 เซลล์มะเร็งแพร่กระจายไปยังกระดูกและต่อมน้ำเหลือง

การรักษาอาการต่อมลูกหมากโตชนิดที่เป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็ง แพทย์จะพิจารณาทางเลือกในการ

รักษาจากข้อบ่งชี้ต่าง ๆ ได้แก่ ตำแหน่งของเนื้อร้าย ขนาด ระยะของเซลล์มะเร็ง สภาพร่างกายและจิตใจของผู้ป่วย โดยปัจจุบันมีแนวทางการรักษา ดังนี้

  1. รักษาด้วยการผ่าตัด แบ่งออกเป็น 2 วิธี คือ การผ่าตัดโดยใช้วิธีส่องกล้อง เป็นการผ่าตัดผ่านจอมอนิเตอร์ ช่วยให้ผู้ป่วยเจ็บตัวน้อยลง สามารถฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และการผ่าตัดโดยใช้แขนกลช่วยผ่าตัด เป็นการผ่าตัดโดยใช้แขนกลหุ่นยนต์ที่ควบคุมโดยแพทย์ ซึ่งมีข้อดีคือเพิ่มโอกาสที่ผู้ป่วยจะสามารถควบคุมการกลั้นปัสสาวะ และคงความสามารถในการแข็งตัวของอวัยวะเพศไว้ได้
  1. การใช้รังสีรักษา เป็นการรักษาที่มีทั้งการฝังแร่ต่อมลูกหมาก และการฉายรังสี ทางเลือกในการรักษาขึ้นอยู่กับผู้ป่วยว่าเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดความเสี่ยงต่ำ ความเสี่ยงปานกลาง หรือความเสี่ยงสูง

ภาวะแทรกซ้อนของโรคต่อมลูกหมากโต

อาการของโรคต่อมลูกหมากโต ส่วนมากมักจะมีต่อคุณภาพชีวิตมากกว่าจะส่งผลต่อสุขภาพโดยรวม ลักษณะอาการที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยก็คือการถ่ายปัสสาวะออกไม่หมดมีปัสสาวะค้างอยู่ทำให้เกิดการตกตะกอนที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น

  1. ปัสสาวะไม่ออก ทำให้กระเพาะปัสสาวะอักเสบ และอาจเกิดการติดเชื้อได้
  2. เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ
  3. ปัสสาวะเป็นเลือด มีสาเหตุมาจากเส้นเลือดของต่อมลูกหมากแตก เนื่องจากต้องเบ่งปัสสาวะเป็นเวลานาน ๆ
  4. ปัสสาวะไม่หมด มีการคั่งค้างของน้ำปัสสาวะที่ทำให้เกิดการตกตะกอนได้
  5. เกิดภาวการณ์เสื่อมของไต มีอาการไตเสื่อม ไตวาย
  6. อาจจะทำให้ผนังกระเพาะปัสสาวะหย่อนยานหรือเป็นถุงโป่งพอง
  7. ส่งผลต่อสมรรถภาพทางเพศ ความต้องการทางเพศลดลง
  8. อวัยวะไม่แข็งตัว มีปัญหาเรื่องการแข็งตัวขององคชาต

ปัจจัยเสี่ยงของอาการต่อมลูกหมากโต

โรคต่อมลูกหมากโต เป็นอาการที่ผู้ชายส่วนใหญ่มักต้องเจอเมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากต่อมลูกหมากโดยทั่วไปจะหยุดการเจริญเติบโตหลังจากอายุ 20 ปี และในช่วงอายุ 45 ปีจะเพิ่มขนาดขึ้นไปเรื่อย ๆ จึงเป็นสาเหตุให้เกิดโรคต่อมลูกหมากโต ปัจจัยเสี่ยงและวิธีป้องกัน มีดังนี้

  1. ผู้ชายอายุ 45 ปีขึ้นไปถือว่ามีปัจจัยเสี่ยง ร้อยละ 20 ช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีปัจจัยเสี่ยงร้อยละ 50 และหากมีอายุเพิ่มขึ้นช่วงอายุ 80-90 ปี จะพบว่ามีโอกาสเกิดโรคนี้ได้ทุกคน วิธีป้องกันตนเองให้ปลอดภัยจากโรคนี้ เมื่ออายุมากขึ้นหรืออยู่ในช่วง 45-50 ปีควรตรวจสุขภาพเป็นประจำทุก 6 เดือน หรือ 1 ปี
  1. ปัจจัยทางพันธุกรรม พบว่าหากมีคนในครอบครัวเป็นโรคต่อมลูกหมากโต หรือมะเร็งต่อม ลูกหมากจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 20%
  1. พฤติกรรมการบริโภคก็เป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้ เช่น การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การป้องกันตนเองควรเลือกบริโภคอาหารที่หลากหลายเพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างสมดุล หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง
  1. การสูบบุหรี่อาจทำให้ระดับฮอร์โมนเพศชายเพิ่มสูงขึ้น และเป็นตัวกระตุ้นทำให้ต่อมลูกหมากโตปิดปกติ
  1. น้ำหนักเกินมาตรฐานหรือเป็นโรคอ้วน มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต่อมลูกหมากโต สูงกว่าผู้ที่มีน้ำหนักตามเกณฑ์มาตรฐาน

วิธีดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคต่อมลูกหมากโต

ต่อมลูกหมากโต เป็นโรคที่สัมพันธ์กับช่วงอายุเนื่องจากพบว่าผู้ชายที่มีอายุเพิ่มมากขึ้นมีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคนี้ทุกคน โดยเฉพาะช่วงอายุ 60 ปีขึ้นไปพบได้มากถึงร้อยละ 50 เมื่อรู้ทันปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุของโรค วิธีดูแลตนเองเมื่อเป็นโรคต่อมลูกหมากโต หรือป้องกันตนเองจากปัจจัยเสี่ยงทำได้ ดังนี้

  1. ลดอาการปวดปัสสาวะ ผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโต มักมีอาการปวดปัสสาวะในเวลากลางคืน นอกจากทำให้ต้องตื่นนอนบ่อย ๆ ยังส่งผลต่อสุขภาพเนื่องจากนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ วิธีดูแลตนเองได้แก่ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงก่อนเข้านอน
  1. ควรงดหรือหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน โดยเฉพาะคนที่มีอาการของโรคอยู่แล้ว เพราะอาจเกิดการระคายเคืองที่กระเพาะปัสสาวะและทำให้อาการแย่ลง
  1. หลีกเลี่ยงหรือไม่ควรอั้นปัสสาวะ เพราะการอั้นปัสสาวะนานเกินไปจะทำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะเกิดความเสียหาย
  1. สร้างวินัยให้กับตนเอง โดยฝึกการเข้าห้องน้ำทุก ๆ 4-6 ชั่วโมง เป็นวิธีที่ช่วยได้มากในกลุ่มผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตที่ปัสสาวะบ่อยและไม่สามารถกลั้นได้
  1. การรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง จะช่วยในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักไม่ทำให้เป็นโรคอ้วน ที่เป็นปัจจัยเสี่ยงซึ่งเกี่ยวของกับโรคต่อมลูกหมากโต
  1. ออกกำลังกายด้วยการเดินอย่างน้อยวันละ 30-60 นาทีต่อวัน มีผลงานการวิจัยระบุว่าช่วยให้อาการดีขึ้น
  1. รับประทานยาให้เหมาะสมตามแพทย์สั่ง

สรุป

ต่อมลูกหมาก ก็คืออวัยวะส่วนหนึ่งของระบบสืบพันธุ์เพศชาย มีหน้าที่ผลิตสารที่เป็นของเหลวเพื่อใช้หล่อเลี้ยงเชื้ออสุจิและนำส่งเชื้ออสุจิขณะที่มีการหลั่งของน้ำอสุจิออกมา เมื่อต่อมลูกหมากโตผิดปกติทำให้ไปกดเบียดท่อปัสสาวะให้แคบลง ส่งผลให้มีอาการปัสสาวะติดขัด กลั้นปัสสาวะไม่อยุ่ หรืออาการอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต แม้อาการต่อมลูกหมากโต จะไม่ใช่โรคร้ายแรงที่เป็นปัญหาต่อสุขภาพหากไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ  แต่ก็เป็นโรคที่ผู้ชายทุกคนไม่ปรารถนาและยิ่งอายุมากขึ้นโอกาสที่จะเป็นโรคนี้ก็สูงขึ้นด้วย การรู้เท่าทันอาการของโรคทำให้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสามารถป้องกันตนเองจากโรคนี้ได้ ปัจจุบันยังมีอาหารเสริมเพื่อสุขภาพของเพศชายที่มีส่วนประกอบของพืชสมุนไพรจากธรรมชาติ ผลิตออกมาจำหน่ายเพื่อให้เป็นทางเลือกในการบำรุงดูแลสุขภาพอีกด้วย

อาหารเสริมช่วยแก้ปัญหาโรคต่อมลูกมาโต ต่อมลูกหมากอักเสบ

Tomazing Plus 2 ช่วยแก้ปัญหาสำหรับผู้ชายที่มี ภาวะต่อมลูกหมากโต ฉี่แสบขัด ฉี่กระปิดกระปอย ฉี่ไม่สุด ปวดอัณฑะ

สั่งซื้อ คลิก >> โทมาซิงพลัส2

อย.เลขที่ 50-2-05159-5-0033

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากมะเขือเทศ  ให้สารสำคัญ คือ ไลโคปีน (Lycopene)

เหมาะกับผู้ชายที่ต้องการลดอัตราเสี่ยงของการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก และ ผู้ที่ต้องการดูแลปัญหาอาการต่อมลูกหมาก

วิธีรับประทาน โทเมซิง พลัส2

อาการไม่มาก รับประทานครั้งละ 1 แคปซูล

ติดต่อสอบถามได้ทั้ง3ช่องทาง

รวมผลิตภัณฑ์

ริดสีดวงทวาร

Ridji ริดจิ แก้ริดสีดวง

฿950.00

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *